Experiment No.1
1.1 ปรับโหมดของกล้องไปที่ M
จากการถ่ายภาพทั้งหมด 5 ภาพตามที่ได้รับโจทย์ในการตั้งค่ารูรับแสงและค่าความไวชัตเตอร์เป็นค่าต่างๆ โดยจุดประสงค์คือต้องการให้ภาพที่ได้นั้นมีสภาพแสงพอดี
 |
| S1/30 F6.3 ISO100 |
|
|
|
 |
| S1/60 F3.5 ISO100 |
|
|
|
ค่าเลขเอฟ
เป็นค่าที่แสดงอัตราส่วนระหว่างทางยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่าศูนย์กลางของ
รูรับแสง กล่าวคือแสดงถึงปริมาณแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์
 |
| S1/2000 F3.5 ISO3200 |
ค่าความไวชัตเตอร์ คือความไวในการเปิดปิดชัตเตอร์ อันเป็นตัวควบคุมเวลาฉายแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์ โดยชัตเตอร์จะเปิดและปิดให้แสงผ่านเข้าไปตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์ตามเวลาที่กำหนด
 |
| S1/4000 F4.0 ISO3200 |
 |
| S1/50 F16 ISO1600 |
ในข้อ 1.2 โจทย์กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด TV หรือ S ซึ่งเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์ด้วยตนเอง ส่วนค่ารูรับแสงกล้องจะคำนวนออกมาให้โดยอัตโนมัติ โจตย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO เป็น 100 หากไม่สามารถปรับสภาพแสงให้เป็นปกติได้จึงปรับค่า ISO
 |
| S1/4000 F4.0 ISO3200 |
ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงที่สุดเท่าที่แต่ละกล้องจะทำได้ ภาพนี้ถ่ายโดยใช้ค่าความเร็วชัตเตอร์ 1/4000 ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ค่อนข้างสูง เวลาที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงน้อยมาก รูรับแสงที่ใช้จึงต้องเป็นรูรับแสงที่กว้างเพื่อเปิดให้แสงเข้าทดแทนกับเวลาเปิดชัตเตอร์ที่น้อย
แต่พบว่าแม้จะปรับค่ารูรับแสงเป็นค่าที่น้อยที่สุดที่กล้องจะสามารถทำได้แล้ว ภาพที่ได้ก็ยังคงมีแสงน้อย จึงจำเป็นต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเป็น 3200
 |
| S1/250 F4.0 ISO320 |
ภาพต่อมาโจทย์กำหนดค่าความไวชัตเตอร์เป็น 1/250 ซึ่งเป็นค่าที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงนานขึ้น กระนั้น ค่ารูรับแสงที่ใช้ก็ยังคงเป็นค่าต่ำที่สุดที่กล้องสามารถทำได้ และยังคงต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเล็กน้อย
 |
| S1/30 F6.3 ISO100 |
ภาพสุดท้ายค่าความไวชัตเตอร์ที่โจทย์กำหนดให้คือ 1/30 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงนานที่สุดในสามภาพ ค่ารูรับแสงจึงเป็นค่าที่มากขึ้น และสามารถใช้ค่า ISO เป็น 100 ได้ตามที่โจทย์กำหนด
โจทย์ข้อ 1.3 กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด AV อันเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความกว้างของรูรับแสงด้วยตนเองและกล้องจะคำนวนค่าความไวชัตเตอร์ให้ โดยโจทย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO ที่ 100 หากไม่สามารถถ่ายภาพที่แสงปกติได้จึงปรับค่า ISO ตามความเหมาะสม
 |
| F22 S1/3 ISO100 |
ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ใช้ตั้งค่ารูรับแสงที่ 22 เป็นค่าที่เปิดรูรับแสงไว้แคบที่สุดในสามภาพที่โจทย์กำหนดให้ ค่าความเร็วชัตเตอร์จึงเป็น 1/3 ซึ่งนับว่าเปิดรับแสงนานพอสมควร
 |
| F8 S1/20 ISO100 |
สำหรับภาพที่สอง โจทย์กำหนดค่ารูรับแสงเป็น F8 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรูรับแสงกว้างกว่าภาพแรก ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนให้คือ 1/20 เป็นค่าที่เปิดรับแสงสั้นกว่าภาพแรก
 |
| F4 S1/80 ISO100 |
ภาพสุดท้ายค่ารูรับแสงที่โจทย์กำหนดคือ F4 และค่าความไวชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนออกมาคือ 1/80 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงน้อยที่สุดในสามภาพ
จากการถ่ายภาพทั้ง 11 ภาพนี้สามารถสรุปได้ว่า
ค่าเลขเอฟ (ความกว้างของรูรับแสง)
กับความไวชัตเตอร์นั้นมีความสัมพันธ์กันในแง่ของการแปรผกผัน กล่าวคือ
หากค่าเลขเอฟน้อย (รูรับแสงกว้าง)
ความไวชัตเตอร์ที่ใช้เมื่อต้องการให้สภาพแสงปกติจะมีค่ามาก (ปิดเร็ว)
และหากค่าเลขเอฟมาก (รูรับแสงแคบ) ความไวชัตเตอร์ที่ใช้จะมีค่าน้อยลง
(เปิดนานขึ้น)
ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณแสงที่ตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์
นั่นเอง