วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Project: Stock Photo'

ชื่อโครงการ :  ภาพถ่ายเพื่อการศึกษา

วัตถุประสงค์ : ถ่ายภาพธนบัตรเพื่อนำภาพถ่ายไปประกอบการผลิตสื่อที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มเป้าหมาย :ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์หรือรายวิชาอื่นๆ และบุคคลต่างๆที่ต้องการใช้ภาพเหล่านี้ประกอบสื่อ

วิธีดำเนินการ
ขั้นที่ 1 Define topic and needs of subject-matter experts
ติดต่ออาจารย์วีรยุทธ์ คุ้มโภคา อาจารย์ประจำโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม เพื่อตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดและลักษณะภาพถ่ายที่ผู้สอนต้องการ เพื่อเป็นหัวข้อในการดำเนินงาน

ขั้นที่ 2 Inquiry and gathering information
ศึกษาเทคนิกและวิธีการถ่ายภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางในนการถ่ายภาพที่ผู้สอนต้องการ

ขั้นที่ 3 Photographing and selecting

ถ่ายภาพโดยจัดพื้นหลังและแสงให้เหมาะสม ใช้กระดาษดำทำเป็นพื้นหลังเพื่อให้เห็นสีของธนบัตรอย่างชัดเจน

ขั้นที่ 4 Checking the internal validate and revising

ส่งภาพถ่ายที่ได้ให้กับผู้สอน เพื่อให้ผู้สอนประเมิน หลังจากนั้นนำข้อเสนอแนะจากผู้สอนมาทำการวิเคราะห์และแก้ไขภาพ

ขั้นที่ 5 Openness 

ส่งมอบภาพถ่ายที่ได้ให้กับผู้สอน และรับแบบประเมินภาพถ่ายจากผู้สอน
 


ผลที่ได้รับ : ได้เห็นความต้องการในการใช้สื่อการสอนจากผู้สอนโดยตรง ทำให้มีความรู้และมุมมองใหม่ๆในการทำสื่อการสอนเพิ่มขึ้น  








Project: To Give

Project: To Give

ชื่อโครงการ: บ้านเพลงเบส

วัตถุประสงค์: ถ่ายภาพสำหรับจัดทำป้ายหน้าร้าน ให้กับร้านกาแฟและถ่ายเอกสาร "เพลงเบส"

กลุ่มเป้าหมาย: ร้านกาแฟและถ่ายเอกสาร "เพลงเบส" ตั้งอยู่ที่ 101 แมนชั่น ซอยลาดพร้าว 101 โดยมีเจ้าของคือคุณนภสร พุทธาวงศ์ คุณแม่ของภารพร เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายของข้าพเจ้า

วิธีดำเนินการ: ด้วยความที่ข้าพเจ้าสนิทกับครอบครัวนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้รับหัวข้อโครงการ To Give ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะติดต่อที่นี่ โดยข้าพเจ้าได้ตกลงถ่ายภาพบรรยากาศภายในร้านเพื่อให้ทางร้านนำไปจัดทำป้ายหน้าร้าน หลังจากตกลงวันที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปถ่ายภาพแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เข้าไปถ่ายภาพในร้านตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ได้รูปถ่ายออกมา 43 รูป ซึ่งได้ทำการส่งมอบให้คุณนภสรภายในวันนั้นในรูปของไฟล์อิเลคทรอนิกส์

ผลที่ได้รับ: สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง โครงการนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการช่วยเหลือเพื่อนและกิจการของครอบครัว ซึ่งข้าพเจ้ายินดีและพร้อมที่จะทำอยู่แล้ว เมื่อต้องทำโครงการจึงเป็นโอกาสที่ได้ทำอย่างเป็นชิ้นเป็นอันและจริงจังมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อสิ่งที่ทำมีประโยชน์และถูกต้องตามความต้องการของผู้รับ ผู้ทำเช่นข้าพเจ้าย่อมมีความสุข

เพื่อนของข้าพเจ้าสนิทกับคุณแม่ดีแต่ไม่ค่อยได้สนใจกับกิจการของแม่นัก เมื่อข้าพเจ้าเข้ามาถ่ายรูปทำให้เพื่อนต้องคอยต้อนรับ และทำให้เพื่อนได้ใกล้ชิดกับงานของแม่มากยิ่งขึ้น



















บันทึกสะท้อนความคิด: นิทรรศการภาพถ่าย

นิทรรศการภาพถ่าย หัวข้อ "Photoholic"
วันที่ 10 - 14 พฤศจิกายน 2557
ที่ศูนย์บรรณสารสารสนเทศ หรือที่นิสิตครุศาสตร์เรียกว่า "หอน้อย"

มาเรียนมาเล่นอยู่ที่นี่ได้ปีกว่า ปีก่อนก็เคยเห็นว่าพวกรุ่นพี่เขาจัดนิทรรศการภาพถ่ายกัน
จำได้ว่าตอนนั้นยังแอบไปเมียงๆมองๆ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งต้องมาจัดเองบ้าง

พอได้มาจัดนิทรรศการร่วมกับเพื่อนๆ (และพี่ๆ) ในครั้งนี้
นอกจากจะได้เห็นว่า โอ้โห เพื่อนมันถ่ายรูปกันสวยเป็นบ้า! แล้ว
ยังได้เห็นศักยภาพต่างๆในการทำงานของทุกคนอีก
รูปถ่ายคละกันหาจุดร่วมไม่ค่อยจะได้ หัวข้อคืออะไร ธีมอยู่ที่ไหน
แต่ทุกคนก็ช่วยกันหาวิธีทำให้มันออกมาเป็นนิทรรศการจนได้

แน่นอนว่าพวกเราก็สนิทกันมากขึ้น
การทำงานร่วมกันทำให้เราได้เห็นแง่มุมอื่นๆของเพื่อนที่เราไม่ได้เห็นในห้องเรียน
ได้รู้จักกันมากขึ้น จากไอเดียและวิธีการทำงานของแต่ละคน
ทำให้ได้รู้ว่าแต่ละคนถนัดงานแบบไหน มี skill แบบไหนกัน

บางคนถนัดออกแบบ บางคนถนัดครีเอท บางคนถนัดสั่งการ บางคนถนัดทำตาม

สุดท้ายแล้วนิทรรศการอันเป็นงานใหญ่ที่พวกเราทำร่วมกันเป็นชิ้นแรกก็จบลงไปแล้ว
แต่ทักษะบางอย่างที่ได้รับ (เช่นการหาซื้อกล่องเบียร์ หรือทากาวติดกล่องในระดับอุตสาหกรรม) มุมมองใหม่ๆ และสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเราจะคงอยู่ต่อไป

หวังว่านะ

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

Experiment no.4


Experiment no.4
ภาพชัดตื้น-ชัดลึก

 M  S1/50 F4.0

ภาพชัดลึก

ภาพนี้เป็นภาพที่ถ่าย "มรกต" แมวที่เลี้ยงเอาไว้ สาเหตุที่ถ่ายเป็นภาพชัดลึกเพราะต้องการให้เห็นลายของผ้าปูที่นอนซึ่งใช้เป็นพื้นหลัง

M   S1/50 F5.0

ภาพชัดตื้น

ภาพนี้ก็เป็นภาพของแมวตัวเดิมที่ต้องการถ่ายให้ได้อารมณ์ที่แตกต่าง ภาพถ่ายแมวที่เห็นทั่วไปมักจะเป็นภาพที่ถ่ายเน้นใบหน้าและดวงตา แต่ภาพนี้ได้ถ่ายโดยต้องการให้เห็นถึงอากัปกิริยาตามปกติของตัวสัตว์ และถ่ายเป็นภาพชัดตื้นเพื่อเน้นตัวแบบและต้องการให้เห็นเส้นขนและหนวดเด่นขึ้นจากพื้นหลัง

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Experiment No.3

Experiment No.3
ระบบวัดแสงของกล้อง

ถ่ายภาพโดยใช้โหมด M ใช้ตัวแบบเดียว ค่าความไวชัตเตอร์เดียวกัน โดยตั้งค่าระบบวัดแสงตามที่กำหนดแล้วสังเกตความแตกต่างของพื้นหลังภาพ


1.ถ่ายโดยเริ่มจาก Matrix metering, Center-weighted average metering และ Spot metering
  • 1.1 Matrix metering


  • จะเห็นได้ว่าภาพสว่างทั้งภาพ 

  • 1.2 Center-weighted average metering



  • ภาพสว่างทั้งภาพเช่นกัน สังเกตว่าพื้นหลังละลายมากกว่าภาพแรก

  • 1.3 Spot metering 


  • ภาพนี้จุดวัดแสงอยู่ที่ขอบด้านหน้าของกล่อง จึงเห็นว่าบริเวณขอบกล่องและด้านบนของกล่องมีสภาพแสงปกติ ในขณะที่หน้ากล่องมืด



2. ถ่ายย้อนจาก Spot metering, Center-weighted average metering ไปที่ Matrix metering
  • Spot metering



  • Center-weighted average metering



  • Matrix metering

 

Experiment No.2

Experiment No.1
ใช้โหมด M ในการถ่ายรูป ปรับค่า ISO ได้

1. ถ่ายภาพตัวแบบเดียวกัน มุมเดียวกัน ค่าทางยาวโฟกัสและค่าความไวชัตเตอร์เดิม โดย
  • 1.1 ตั้งค่า F number ค่าที่ต่ำที่สุดที่กล้องสามารถทำได้

F5.6 S1/125 ISO100

  • 1.2 ตั้งค่า F number ค่าที่สูงที่สุดที่กล้องสามารถทำได้

F36 S1/125 ISO3200

  • เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองภาพจะเห็นว่า ภาพ 1.1 ซึ่งใช้ค่า F number น้อยกว่า (รูรับแสงกว้างกว่า) เป็นภาพที่มีความชัดตื้น กล่าวคือ ตัวแบบชัดแต่พื้นหลังละลาย สำหรับภาพ 1.2 ซึ่งค่า F number สูงกว่า (รูรับแสงแคบกว่า) มีความชัดลึก คือชัดทั้งตัวแบบและพื้นหลัง

2. ถ่ายภาพตัวแบบเดียวกัน มุมเดียวกัน ค่าความไวชัตเตอร์และค่าเลข F คงเดิม โดย
  • 2.1 ปรับค่าทางยาวโฟกัสค่าที่น้อยที่สุด

F7.1 S1/125 ISO100

  • 2.2 ปรับค่าทางยาวโฟกัสค่าที่สูงที่สุด

F7.1 S1/125 ISO100

  •  จะเห็นว่าภาพ 2.1 ซึ่งใช้ค่าทางยาวโฟกัสต่ำที่สุดที่กล้องสามารถทำได้ (18 mm.) เป็นภาพที่มีความชัดลึก ส่วนภาพ 2.2 ซึ่งใช้ค่าทางยาวโฟกัส 55 mm. เป็นภาพที่มีความชัดตื้น


3. ถ่ายภาพตัวแบบเดียวกัน มุมเดียวกัน ค่าทางยาวโฟกัส ค่าความไวชัตเตอร์และค่าเลข F คงเดิม โดย
  • ผู้ถ่ายยืนใกล้วัตถุ

F7.1 S1/125 ISO100

  • ผู้ถ่ายยืนไกลวัตถุ

F7.1 S1/125 ISO100

  • เมื่อเปรียบเทียบภาพ 3.1 และภาพ 3.2 จะเห็นว่าระยะห่างจากกล้องถึงวัตถุก็มีผลต่อระยะชัดลึก/ชัดตื้นของภาพเช่น กัน ภาพแรกซึ่งผู้ถ่ายยืนใกล้วัตถุเป็นภาพที่มีความชัดตื้น ส่วนภาพหลัง ผู้ถ่ายยืนไกลจากวัตถุและได้ภาพที่ออกมาเป็นภาพชัดลึก

สรุป: ทั้งค่า F number, ค่าทางยาวโฟกัส และระยะห่างจากกล้องถึงตัววัตถุ ล้วนส่งผลต่อค่าความชัดลึก/ชัดตื้นของภาพ โดยหากต้องการภาพที่มีความชัดลึกสูง (ชัดทั้งตัวแบบและพื้นหลัง) ควรตั้งค่าดังนี้
  1. ค่า F number มาก (รูรับแสงแคบ)
  2. ค่าทางยาวโฟกัสน้อย
  3. ระยะห่างจากตัวกล้องถึงวัตถุไกล



วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Experiment No.1

Experiment No.1

1.1 ปรับโหมดของกล้องไปที่ M

จากการถ่ายภาพทั้งหมด 5 ภาพตามที่ได้รับโจทย์ในการตั้งค่ารูรับแสงและค่าความไวชัตเตอร์เป็นค่าต่างๆ โดยจุดประสงค์คือต้องการให้ภาพที่ได้นั้นมีสภาพแสงพอดี


S1/30 F6.3 ISO100


S1/60 F3.5 ISO100




ค่าเลขเอฟ เป็นค่าที่แสดงอัตราส่วนระหว่างทางยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่าศูนย์กลางของ รูรับแสง กล่าวคือแสดงถึงปริมาณแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์

S1/2000 F3.5 ISO3200

ค่าความไวชัตเตอร์ คือความไวในการเปิดปิดชัตเตอร์ อันเป็นตัวควบคุมเวลาฉายแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์ โดยชัตเตอร์จะเปิดและปิดให้แสงผ่านเข้าไปตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์ตามเวลาที่กำหนด 

S1/4000 F4.0 ISO3200

S1/50 F16 ISO1600

ในข้อ 1.2  โจทย์กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด TV หรือ S ซึ่งเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์ด้วยตนเอง ส่วนค่ารูรับแสงกล้องจะคำนวนออกมาให้โดยอัตโนมัติ โจตย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO เป็น 100 หากไม่สามารถปรับสภาพแสงให้เป็นปกติได้จึงปรับค่า ISO

S1/4000 F4.0 ISO3200

ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงที่สุดเท่าที่แต่ละกล้องจะทำได้ ภาพนี้ถ่ายโดยใช้ค่าความเร็วชัตเตอร์ 1/4000 ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ค่อนข้างสูง เวลาที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงน้อยมาก รูรับแสงที่ใช้จึงต้องเป็นรูรับแสงที่กว้างเพื่อเปิดให้แสงเข้าทดแทนกับเวลาเปิดชัตเตอร์ที่น้อย

แต่พบว่าแม้จะปรับค่ารูรับแสงเป็นค่าที่น้อยที่สุดที่กล้องจะสามารถทำได้แล้ว ภาพที่ได้ก็ยังคงมีแสงน้อย จึงจำเป็นต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเป็น 3200

S1/250 F4.0 ISO320

ภาพต่อมาโจทย์กำหนดค่าความไวชัตเตอร์เป็น 1/250 ซึ่งเป็นค่าที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงนานขึ้น กระนั้น ค่ารูรับแสงที่ใช้ก็ยังคงเป็นค่าต่ำที่สุดที่กล้องสามารถทำได้ และยังคงต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเล็กน้อย

S1/30 F6.3 ISO100

ภาพสุดท้ายค่าความไวชัตเตอร์ที่โจทย์กำหนดให้คือ 1/30 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงนานที่สุดในสามภาพ ค่ารูรับแสงจึงเป็นค่าที่มากขึ้น และสามารถใช้ค่า ISO เป็น 100 ได้ตามที่โจทย์กำหนด

โจทย์ข้อ 1.3 กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด AV อันเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความกว้างของรูรับแสงด้วยตนเองและกล้องจะคำนวนค่าความไวชัตเตอร์ให้ โดยโจทย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO ที่ 100 หากไม่สามารถถ่ายภาพที่แสงปกติได้จึงปรับค่า ISO ตามความเหมาะสม

F22 S1/3 ISO100

ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ใช้ตั้งค่ารูรับแสงที่ 22 เป็นค่าที่เปิดรูรับแสงไว้แคบที่สุดในสามภาพที่โจทย์กำหนดให้  ค่าความเร็วชัตเตอร์จึงเป็น 1/3 ซึ่งนับว่าเปิดรับแสงนานพอสมควร


F8 S1/20 ISO100

สำหรับภาพที่สอง โจทย์กำหนดค่ารูรับแสงเป็น F8 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรูรับแสงกว้างกว่าภาพแรก ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนให้คือ 1/20 เป็นค่าที่เปิดรับแสงสั้นกว่าภาพแรก

F4 S1/80 ISO100

ภาพสุดท้ายค่ารูรับแสงที่โจทย์กำหนดคือ F4 และค่าความไวชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนออกมาคือ 1/80 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงน้อยที่สุดในสามภาพ

จากการถ่ายภาพทั้ง 11 ภาพนี้สามารถสรุปได้ว่า

ค่าเลขเอฟ (ความกว้างของรูรับแสง) กับความไวชัตเตอร์นั้นมีความสัมพันธ์กันในแง่ของการแปรผกผัน กล่าวคือ หากค่าเลขเอฟน้อย (รูรับแสงกว้าง) ความไวชัตเตอร์ที่ใช้เมื่อต้องการให้สภาพแสงปกติจะมีค่ามาก (ปิดเร็ว) และหากค่าเลขเอฟมาก (รูรับแสงแคบ) ความไวชัตเตอร์ที่ใช้จะมีค่าน้อยลง (เปิดนานขึ้น) ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณแสงที่ตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์ นั่นเอง