วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Experiment No.1

Experiment No.1

1.1 ปรับโหมดของกล้องไปที่ M

จากการถ่ายภาพทั้งหมด 5 ภาพตามที่ได้รับโจทย์ในการตั้งค่ารูรับแสงและค่าความไวชัตเตอร์เป็นค่าต่างๆ โดยจุดประสงค์คือต้องการให้ภาพที่ได้นั้นมีสภาพแสงพอดี


S1/30 F6.3 ISO100


S1/60 F3.5 ISO100




ค่าเลขเอฟ เป็นค่าที่แสดงอัตราส่วนระหว่างทางยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่าศูนย์กลางของ รูรับแสง กล่าวคือแสดงถึงปริมาณแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์

S1/2000 F3.5 ISO3200

ค่าความไวชัตเตอร์ คือความไวในการเปิดปิดชัตเตอร์ อันเป็นตัวควบคุมเวลาฉายแสงที่ตกลงบนฟิล์ม/เซนเซอร์ โดยชัตเตอร์จะเปิดและปิดให้แสงผ่านเข้าไปตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์ตามเวลาที่กำหนด 

S1/4000 F4.0 ISO3200

S1/50 F16 ISO1600

ในข้อ 1.2  โจทย์กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด TV หรือ S ซึ่งเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์ด้วยตนเอง ส่วนค่ารูรับแสงกล้องจะคำนวนออกมาให้โดยอัตโนมัติ โจตย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO เป็น 100 หากไม่สามารถปรับสภาพแสงให้เป็นปกติได้จึงปรับค่า ISO

S1/4000 F4.0 ISO3200

ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงที่สุดเท่าที่แต่ละกล้องจะทำได้ ภาพนี้ถ่ายโดยใช้ค่าความเร็วชัตเตอร์ 1/4000 ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่ค่อนข้างสูง เวลาที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงน้อยมาก รูรับแสงที่ใช้จึงต้องเป็นรูรับแสงที่กว้างเพื่อเปิดให้แสงเข้าทดแทนกับเวลาเปิดชัตเตอร์ที่น้อย

แต่พบว่าแม้จะปรับค่ารูรับแสงเป็นค่าที่น้อยที่สุดที่กล้องจะสามารถทำได้แล้ว ภาพที่ได้ก็ยังคงมีแสงน้อย จึงจำเป็นต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเป็น 3200

S1/250 F4.0 ISO320

ภาพต่อมาโจทย์กำหนดค่าความไวชัตเตอร์เป็น 1/250 ซึ่งเป็นค่าที่ชัตเตอร์เปิดรับแสงนานขึ้น กระนั้น ค่ารูรับแสงที่ใช้ก็ยังคงเป็นค่าต่ำที่สุดที่กล้องสามารถทำได้ และยังคงต้องปรับค่า ISO ให้สูงขึ้นเล็กน้อย

S1/30 F6.3 ISO100

ภาพสุดท้ายค่าความไวชัตเตอร์ที่โจทย์กำหนดให้คือ 1/30 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงนานที่สุดในสามภาพ ค่ารูรับแสงจึงเป็นค่าที่มากขึ้น และสามารถใช้ค่า ISO เป็น 100 ได้ตามที่โจทย์กำหนด

โจทย์ข้อ 1.3 กำหนดให้ถ่ายภาพโดยใช้โหมด AV อันเป็นโหมดที่ผู้ถ่ายกำหนดค่าความกว้างของรูรับแสงด้วยตนเองและกล้องจะคำนวนค่าความไวชัตเตอร์ให้ โดยโจทย์กำหนดให้ตั้งค่า ISO ที่ 100 หากไม่สามารถถ่ายภาพที่แสงปกติได้จึงปรับค่า ISO ตามความเหมาะสม

F22 S1/3 ISO100

ภาพแรก โจทย์กำหนดให้ใช้ตั้งค่ารูรับแสงที่ 22 เป็นค่าที่เปิดรูรับแสงไว้แคบที่สุดในสามภาพที่โจทย์กำหนดให้  ค่าความเร็วชัตเตอร์จึงเป็น 1/3 ซึ่งนับว่าเปิดรับแสงนานพอสมควร


F8 S1/20 ISO100

สำหรับภาพที่สอง โจทย์กำหนดค่ารูรับแสงเป็น F8 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรูรับแสงกว้างกว่าภาพแรก ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนให้คือ 1/20 เป็นค่าที่เปิดรับแสงสั้นกว่าภาพแรก

F4 S1/80 ISO100

ภาพสุดท้ายค่ารูรับแสงที่โจทย์กำหนดคือ F4 และค่าความไวชัตเตอร์ที่กล้องคำนวนออกมาคือ 1/80 ซึ่งเป็นค่าที่เปิดรับแสงน้อยที่สุดในสามภาพ

จากการถ่ายภาพทั้ง 11 ภาพนี้สามารถสรุปได้ว่า

ค่าเลขเอฟ (ความกว้างของรูรับแสง) กับความไวชัตเตอร์นั้นมีความสัมพันธ์กันในแง่ของการแปรผกผัน กล่าวคือ หากค่าเลขเอฟน้อย (รูรับแสงกว้าง) ความไวชัตเตอร์ที่ใช้เมื่อต้องการให้สภาพแสงปกติจะมีค่ามาก (ปิดเร็ว) และหากค่าเลขเอฟมาก (รูรับแสงแคบ) ความไวชัตเตอร์ที่ใช้จะมีค่าน้อยลง (เปิดนานขึ้น) ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณแสงที่ตกกระทบฟิล์ม/เซนเซอร์ นั่นเอง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น